ประวัติศาสตร์ไทย : 2501 : ซีอุย แซ่อึ้ง Hannibal เมืองไทย
ประวัติศาสตร์ไทย : 2501 : ซีอุย แซ่อึ้ง Hannibal เมืองไทย
ซีอุย ถือเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย เนื่องจาก มีการตีข่าวว่า เขาควักหัวใจมนุษย์มากิน!! โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมเด็ก 7 ศพ ที่ถูกตำรวจคาดว่า จะเกี่ยวกับเขา
ประวัติ
เขามีชื่อจริงว่า หลีอุย แซ่อึ้ง แต่คนไทยเรียกเพี้ยนเป็น ซีอุย เกิดที่ ซัวเถา ประเทศจีน โดยตำนานเล่าว่า สมัยเด็กเขาเกิดในครอบครัวที่ยากจนในประเทศจีน ได้พบนักบวชรูปหนึ่งแนะนำให้เขากินหัวใจ จะมีพละกำลัง ทำให้ตั้งแต่นั้นมาเขาออกไล่ล่าสัตว์เพื่อควักหัวใจกิน
ต่อมาเขาถูกเกณฑ์ทหารเพื่อร่วมสงคราม จีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 เขาและเพื่อนตกอยู่ภายใต้วงล้อมของทหารญี่ปุ่น เขาจึงเริ่มใช้มีดกรีดศพเพื่อน เพื่อควักหัวใจ ตับไต ออกมาต้มกิน ก่อนที่จะเดินทางกลับซัวเถาบ้านเกิด
และต่อมาด้วยความยากจน จึงดิ้นรนเดินทางลักลอบมาที่ประเทศไทย แต่บางตำนานว่า เขาถูกเกณฑ์ให้มารบกกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนอีกรอบแต่สุดท้าย กองทัพประชาธิปไตยแตกพ่าย จึงหนีทหารแล้วหลบหนีมาที่เมืองไทย
ในที่สุดวันที่ 28 ธันวาคม 2489 เขาก็ขึ้นฝั่งที่เมืองไทย พักอาศัยแรกที่ โรงแรมเทียนจิน พระนคร ก่อนที่จะเดินทางไปทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างนั้นเขารับจ้างร่อนเร่ไปเรื่อย 8 ปีผ่านไป เขาไม่เคยก่อคดีร้ายแรงใดๆ นอกจากคดีทะเลาะวิวาทเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
แต่เส้นทางและแแหล่งพักพิงของ ซีอุย นั้นกลับตรงกับสถานที่เกิดเหตุทั้ง 7 คดี อย่างเหลือเชื่อ คือ ประจวบคีรีขันธ์ 5 คดี กรุงเทพ นครปฐม และระยอง แห่งละคดี
คดีฆาตกรรม
ซีอุย ถูกจับขณะ กำลังพยายามเผาทำลายศพเด็ก สมบุญ บุญยกาญจน์ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2501 โดยคำให้การของพ่อเด็ก คือ เขาเห็น ซีอุยกำลังเผาลูกชาย เขาจึงเข้าไปทำร้ายซีอุยโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ที่สำคัญคือ ซีอุย ถูกจับพร้อมกับ หลักฐานอวัยวะที่อยู่ในถ้วยชาม แต่แพทย์ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นอวัยวะมนุษย์หรือไม่ และยิ่งหนังสือพิมพ์ถ่ายภาพเขากำลังอ้าปากกว้าง ทำให้ ภาพของเขาถูกนำไปสร้างความสยดสยองอย่างมากในสังคมวงกว้าง
เขาถูกนำสอบปากคำเพื่อเชื่อมโยงกับ คดีเด็กชาย สมบุญ ที่ระยอง (28 พฤศจิกายน 2489) และ คดีฆาตกรมสถานีรถไฟ สวนจิตรลดา (5กุมภาพันธ์ 2500) และคดีฆาตกรรมที่องค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องจากมีลักษณะเดียวกัน
หลังสอบปากคำ ซีอุยยอมรับคดีที่ระยอง แต่ปฎิเสธข้อกล่าวหาคดี ที่พระนคร และนครปฐม และยืนยันว่า เขาไม่เคยฆ่าคนเพื่อเอาตับ และหัวใจมากิน
แต่เขาอยู่พระนคร(ฆ่าเด็กเอาสมอง) และนครปฐม (ฆ่าเด็กผ่าท้อง) ระหว่างทีเกิดคดีฆาตกรรมจริง แม้ว่าที่นครปฐมเขาจะอาศัยเพียง 1 คืน เพื่อรอต่อรถไฟกลับทับสะแกเท่านั้น
ขณะที่ เขารับสารภาพมีรายชื่อดังนี้ เรียงลำดับเวลาดังนี้
8 เมษายน 2497 เด็กหญิงบังอร (ทับสะแก) ถูกเชือดคอ แต่รอดชีวิต คดีนี้ เธอให้การว่า ผู้กระทำไม่ใช่ ซีอุย แต่เป็น นายเกลี้ยง
10 พฤษภาคม 2497 เด็กหญิงนิด(ทับสะแก) ถูกชำแหละอวัยวะภายใน เด็กหายตัวไประหว่างงานจัดงานเลี้ยงแต่งงาน ผู้ใหญ่รายหนึ่ง ใกล้สถานีรถไฟ ห่างจากสถานที่ซีอุยทำงานเพียง 1 กิโลเมตร โดยคดีนี้ พี่ชายเด็กหญิงมั่นใจ ฆาตกรไม่ใช่ซีอุย แต่เป็นชายอีกคนหนึ่ง (นายเกลี้ยงในคดีแรกเป็นผู้ต้องสงสัยเท่านั้น)
20 มิถุนายน 2497 เด็กญิงลิ้มเฮียง (ทับสะแก) ถูกเชือดคอ และข่มขืน สถานที่เกิดเหตุห่างจากสถานที่ที่ ซีอุยทำงานเพียง 5 กิโลเมตร แต่คดีนี้ ตำรวจปิดคดีโดยผู้ต้องหา 2 คนที่ไม่เกี่ยวกับซีอุย
27 ตุลาคม 2497 เด็กหญิง กำหงัน(ทับสะแก) ถูกเชือดคอ คดีนี้เกิดขึ้นที่ อำเภอ สามร้อยยอด ขณะที่ซีอุยไปรับจ้างทำงานย่านนั้นเช่นกัน คดีนี้ตำรวจไม่สามารถปิดคดีได้ พยานมีเพียงเด็กหญิงคนที่โตกว่า แยกทางกลับบ้านหลังไปโรงหนังด้วยกัน
28 พฤศจิกายน 2497 เด็กหญิง ลี่จู (พระนคร) ศพถูกชำแหละบริเวณริมทางรถไฟ เป็นเหตุการณ์เดียวกับที่ ซีอุยเพิ่งย้ายจาก ประจวบคีรีขันธ์ เข้ากรุงเทพได้เพียงเดือนเดียว
คดีนี้ น้องชายของผู้เสียหาย อายุ 6 ขวบให้การว่า เขาเห็นซีอุยพาน้องสาวเขาออกไปจากงานตรุษจีน ที่ไชน่าทาวน์ ซึ่งเป็นคืนก่อนที่จะพบศพเธอ คดีนี้ศาลพิพากษาประหารชีวิต แต่เนื่องจาก ซีอุยรับสารภาพจึงเหลือเพียงจำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น
5 กุมภาพันธ์ 2500 เด็กหญิงซิ่วจู แซ่ตั้ง เมืองนครปฐม เป็นเหตุการณ์ที่ห่างจาก 5 คดีแรก ถึง 2 ปี พบร่างเด็กหญิงซิ่วจู ภายในอุโมงค์ถ้ำ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ในวันตรุษจีน ร่างกายเด็กหญิงซิ่วจู ถูกชำแหละ อวัยวะหายไป ตำรวจจับผู้ต้องหา เป็นพ่อค้าขายเนื้อหมู โดยไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงซีอุย ซึ่งคดีนี้ ซีอุยให้การปฎิเสธตั้งแต่แรก
คดีนี้ ซีอุยถูกจับขณะกำลังเผาเพื่ออำพรางศพ ร่างเด็กชายสมบุญ แต่ชาวบ้านช่วยกันจับตัวซีอุยไว้ได้ โดยที่เกิดเหตุ พบ ซีอุยถือมีดอีโต้กำลังตัดหญ้า เพื่อนำมาคลุมร่างของเด็กชายสมบุญ ขณะที่ร่างของเด็กชายสมบุญพาดอยู่บนท่อนไม้ 2 ท่อนที่บนลำตัวมีหญ้าคาปกคลุม
คำให้การของซีอุย เล่าว่า ได้ล่อลวงเด็กชายสมบุญให้ไปดูรังนกที่บ้าน จากนั้นใช้กำปั้นทุบที่ท้ายทอย จนกระทั่งสลบ เขาจับเด็กผูกไว้ห้อยศีรษะลงพื้น ก่อนที่จะใช้มีดผ่าลำตัว ก่อนล้างทำความสะอาดร่างกาย แยกชิ้นส่วนอวัยวะภายใน
แต่อวัยวะที่พบในตู้กับข้าว แพทย์ลงความเห็นว่า คล้ายชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ แต่ไม่ยืนยัน
และสุดท้ายคือ คำให้การของซีอุยนั้น เขาเคยสารภาพว่า เขาให้การไปแบบนั้น เพื่อแลกกับการได้รับการส่งกลับประเทศจีน แต่สุดท้ายเขากลับโดนโทษประหารชีวิตแทน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น